ลอรีอัล พลิกโฉมธุรกิจความงาม ก้าวข้ามความท้าทายยุคดิจิทัลด้วย Beauty Tech - Siam Outlook

Breaking

Home Top Ad

Responsive Ads Here

Post Top Ad

Responsive Ads Here

Tuesday, December 31, 2019

ลอรีอัล พลิกโฉมธุรกิจความงาม ก้าวข้ามความท้าทายยุคดิจิทัลด้วย Beauty Tech

นางอินเนส คาลไดรา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด

ในยุคที่ดิจิทัลเข้ามาเป็นหนึ่งในฟันเฟืองหลักในการพลิกโฉมธุรกิจของทุกอุตสาหกรรม จุดหลักที่เป็นสิ่งท้าทายของธุรกิจคือ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคจากอิทธิพลของสมาร์ทโฟน ที่ส่งผลให้ธุรกิจต้องปรับตัวเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าจำนวนมหาศาลนี้ให้ได้ แบรนด์ระดับโลกที่มีรากฐานองค์กรขนาดใหญ่ จึงพบความท้าทายในหลายด้านในการขับเคลื่อนธุรกิจให้หมุนทันยุคดิจิทัลนี้ได้ 

สำหรับธุรกิจความงาม ปัจจุบันนับเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภคมากที่สุดประเภทหนึ่งบนช่องทางออนไลน์ และโลกความงามและดิจิทัลก็เริ่มผสมผสานกันได้อย่างลงตัว และเป็นปัจจัยเร่งสำคัญที่ช่วยสร้างการเติบโตและสร้างเทคโนโลยีด้านข้อมูลใหม่ๆ ที่เข้ามาช่วยสร้างเสริมประสบการณ์ใช้งานและเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ ให้ผู้บริโภคมากขึ้น

ลอรีอัล กรุ๊ป หนึ่งในผู้นำธุรกิจความงามระดับโลก ก็ได้มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาผสมผสานกับโลกความงาม อาทิเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม (AR) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ทำให้ผู้บริโภคได้ทดลองสีผลิตภัณฑ์เมคอัพผ่านมือถือก่อนสั่งซื้อสินค้า หรือเทคโนโลยีวัดระดับสีผิวที่ช่วยแนะนำสีรองพื้นที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือระหว่างลอรีอัลกับ LAZADA ในประเทศไทย ในการจัดตั้ง Online Acne Community แห่งแรก สำหรับคนอยากไกลสิว ชูการให้คำแนะนำที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือจากแพทย์ผิวหนังชั้นนำโดยตรงผ่านโลกออนไลน์ด้วยการ Live ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ที่ปัจจุบันมักใช้ชีวิตอยู่กับสมาร์ทโฟนและต้องการแสวงหาข้อมูลง่ายๆ เพียงปลายนิ้ว

“ลอรีอัล กรุ๊ป เปิดรับการเข้ามาของดิจิทัล และเชื่อว่าจะช่วยสร้างโอกาสในการเรียนรู้และเข้ามาเสริมศักยภาพในการให้บริการและเข้าถึงผู้บริโภค การก้าวเข้ามาของดิจิทัลเรียกได้ว่าเป็นการปฏิวัติทุกกลุ่มอุตสาหกรรมไม่เว้นแม้แต่ความงาม ลอรีอัล จึงทำการพลิกโฉมธุรกิจความงามที่เราได้ดำเนินงานมากว่า 100 ปี มุ่งเป็นผู้นำด้าน Beauty Tech เพื่อก้าวทันความเปลี่ยนแปลง” นางอินเนส คาลไดรา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

สำหรับอุตสาหกรรมความงาม การเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลถือเป็นปัจจัยบวก และเป็นช่องทางที่ช่วยเพิ่มการเติบโตให้แก่ตลาด อย่างไรก็ตามฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจก็คือพนักงาน เมื่อดิจิทัลกลายเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ พนักงานทุกๆ คนก็ควรได้รับการปลูกฝังแนวคิดและวิธีการทำงานในยุคดิจิทัล ซึ่ง ลอรีอัล กรุ๊ป มีบุคลากรด้านดิจิทัลกว่า 2,500 คน ที่ได้รับการเตรียมพร้อมและเพิ่มทักษะด้านดิจิทัลควบคู่ไปกับพนักงานปัจจุบันกว่า 27,000 คน และลอรีอัลยังเปิดรับการเข้ามาของคนรุ่นใหม่ ที่องค์กรเชื่อมั่นว่าจะเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่ขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า ทั้งยังสนับสนุนการร่วมงานกับพันธมิตรสตาร์ทอัพต่างๆ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจ

ใน 5 ปีที่ผ่านมา ลอรีอัล กรุ๊ปได้เร่งการดำเนินงานเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงโดยมีแนวทาง 4 ประการ ได้แก่ ปรับธุรกิจให้เข้ากับยุคสมัย เพื่อให้ธุรกิจสามารถประสบความสำเร็จได้ การดำรงไว้ซึ่งความถนัดขององค์กร ไม่ลงต่อสู้ในสนามการแข่งขันทางธุรกิจที่ไม่ถนัด มุ่งมั่นในการทำงานเพื่อก้าวให้ทันต่อกระแสและการเปลี่ยนแปลงที่พร้อมจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ และทำงานอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อร่วมผลักดันการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกันทั้งองค์กร

เทคโนโลยีได้เข้ามาช่วยขับเคลื่อนความสำเร็จของลอรีอัล กรุ๊ป ทั้งธุรกิจอี-คอมเมิร์ซที่เติบโตถึง 41% เป็นสัดส่วนกว่า 11% ของยอดขายบริษัทฯ พร้อมทั้งยอดคนดูในวิดีโอทุกช่องทางของลอรีอัลกว่า 6.3 พันล้านครั้ง ไปจนถึงทำงานร่วมกับ Influencers ในโลกดิจิทัลกว่า 80,000 คนทั่วโลก นอกจากนั้นแล้ว ลอรีอัล ยังได้ทุ่มทรัพยากรณ์ในหน่วยงานด้านดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น เว็บไซต์ อี-คอมเมิร์ซ การให้บริการด้านดิจิทัล เนื้อหาทางดิจิทัล และ การบริหารจัดการข้อมูล

“การพลิกโฉมธุรกิจด้วยดิจิทัล นั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องที่องค์กรควรจะนำมาปรับใช้ หรือเป็นแค่เรื่องของการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้องค์กรดูทันสมัย แต่การพลิกโฉมธุรกิจด้วยดิจิทัลคือ ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถดำรงอยู่รอดในการแข่งขันได้อย่างมั่นคงและประสบความสำเร็จ ลอรีอัลยึดมั่นในสิ่งที่เราเริ่มต้นทำมาโดยตลอด และเราจะยังคงมุ่งมั่นในการส่งมอบความงามให้แก่ทุกคนตามเป้าหมายผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล โดย ลอรีอัลจะเดินหน้าการดำเนินงาน Beauty Tech อย่างเต็มรูปแบบเพื่อสร้างประสบการณ์ความงามที่ตอบรับทุกความต้องการของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล” นางอินเนส กล่าวเสริม

                                              # # #


เกี่ยวกับลอรีอัลกรุ๊ป 

ลอรีอัลทุ่มเทในธุรกิจความงามมายาวนานกว่า 100 ปี โดยมีพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์อันเป็นเอกลักษณ์ซึ่งประกอบด้วยแบรนด์ความงามระดับโลกที่หลากหลายและเกื้อหนุนกัน 36 แบรนด์ ในปี 2561 ลอรีอัลกรุ๊ป มียอดขายผลิตภัณฑ์ 26.9 พันล้านยูโรและมีพนักงานทั้งสิ้น 86,000 คนทั่วโลก ในฐานะองค์กรด้านความงามชั้นนำของโลก ลอรีอัลมีผลิตภัณฑ์จัดจำหน่ายผ่านทุกช่องทาง ครอบคลุมถึงตลาดมวลชน ห้างสรรพสินค้า เภสัชกรรมและร้านขายยา ซาลอน ร้านค้าในสนามบิน ร้านค้าปลีก และ อี-คอมเมิร์ส

ลอรีอัลยึดมั่นในกลยุทธ์ที่สำคัญขององค์กรในการค้นคว้าวิจัยและพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องโดยทีมงานวิจัยกว่า 3,885 คน ที่มุ่งตอบสนองต่อความปรารถนาด้านความงามของผู้คนทั่วโลก นอกจากนี้ ลอรีอัลมีพันธสัญญาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนสำหรับปี 2020 “Sharing Beauty With All” หรือ “แบ่งปันความงดงามให้ทุกสรรพสิ่ง” เป็นแนวทางกำหนดเป้าหมายเพื่อการพัฒนาด้านความยั่งยืนในทุกภาคส่วนของลอรีอัลกรุ๊ป

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชม: www.loreal.com

เกี่ยวกับลอรีอัลประเทศไทย

ลอรีอัลประเทศไทย เป็นสาขาของบริษัทผู้นำความงามของโลก นำเข้าและจัดจำหน่าย 22 แบรนด์ระดับสากล ใน 4 แผนกผลิตภัณฑ์;

• แผนกผลิตภัณฑ์อุปโภค: ลอรีอัล ปารีส, การ์นิเย่, เมย์เบลลีน นิวยอร์ก และนิกซ์ โปรเฟสชั่นแนล เมคอัพ

• แผนกผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูง: ลังโคม, ไบโอเธิร์ม, จิออร์จิโอ อาร์มานี , ราล์ฟ ลอเรน, คาชาเรล, กี ลาโรช,

คีลส์, ชู อูเอมูระ, วิคเตอร์ แอนด์ รอล์ฟ, ดีเซล, อีฟ แซงต์ โลร็องต์, เออเบิน ดีเคย์ และ อิท คอสเมติกส์

• แผนกผลิตภัณฑ์ช่างผมมืออาชีพ: ลอรีอัล โปรเฟสชั่นแนล และเคเรสตาส

• แผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอาง: ลา โรช-โพเซย์,วิชี่ และเซราวี

No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad

Responsive Ads Here

Pages