กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมร่วมนำนวัตกรรมสู้โควิด-19 จับมือหัวเว่ย นำเทคโนโลยี AI เสริมประสิทธิภาพการวินิจฉัยที่รวดเร็วและแม่นยำขึ้น สู่โรงพยาบาลรามาธิบดี - Siam Outlook

Breaking

Home Top Ad

Responsive Ads Here

Post Top Ad

Responsive Ads Here

Wednesday, April 1, 2020

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมร่วมนำนวัตกรรมสู้โควิด-19 จับมือหัวเว่ย นำเทคโนโลยี AI เสริมประสิทธิภาพการวินิจฉัยที่รวดเร็วและแม่นยำขึ้น สู่โรงพยาบาลรามาธิบดี


ในภาพ - นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ (ที่ 3 จากซ้าย) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย นายอาเบล เติ้ง (ซ้ายสุด) ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ ประเทศไทย (จำกัด) ส่งมอบโซลูชัน AI เทคโนโลยีเดียวกับที่เคยใช้ฝ่าวิกฤติโควิด-19 ในโรงพยาบาลชั้นนำของจีน ให้แก่โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยมี ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา (ที่ 2 จากซ้าย) คณบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี รับมอบ โดยมีนายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล (ที่ 4 จากซ้าย) เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วม


[1 เมษายน 2563, กรุงเทพฯ ประเทศไทย] – กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมร่วมสนับสนุนนำเทคโนโลยีเสริมประสิทธิภาพการรักษาโควิด-19 ให้แก่วงการแพทย์ไทย จับมือหัวเว่ย ประเทศไทย ส่งมอบโซลูชัน AI ให้แก่โรงพยาบาลรามาธิบดี เพิ่มขีดความสามารถในการวิเคราะห์รูปภาพทางการแพทย์เชิงปริมาณ เพื่อรายงานผลตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) ในผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้อโควิด-19 ลดระยะเวลาในการวิเคราะห์ผลที่จะเป็นไปอย่างถูกต้องและรวดเร็วยิ่งขึ้น ด้วยเวลาเพียง 25 วินาทีต่อหนึ่งเคส

การนำนวัตกรรม AI ของ HUAWEI CLOUD ในด้านคอมพิวเตอร์วิทัศน์ (computer vision) มาใช้เพื่อยกระดับการให้บริการทางการแพทย์ไทยในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำประสิทธิภาพการใช้งานของบริการ HUAWEI CLOUD ในฐานะผู้ให้บริการคลาวด์สาธารณะระดับโลกรายแรกในประเทศไทยเพื่อลดความเสี่ยงและลดการใช้ทรัพยากรทางการแพทย์และสาธารณสุขของไทยในการรับมือสถานการณ์โควิด-19

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวถึงความร่วมมือในการมอบเทคโนโลยี AI ให้แก่โรงพยาบาลชั้นนำของรัฐครั้งนี้ว่า “การตรวจวินิจฉัยทาง CT เป็นหนึ่งในวิธีมาตรฐานของการตรวจโควิด-19 แต่การตรวจด้วยวิธีดังกล่าวต้องทำซ้ำและอ่านภาพหลายครั้ง เพื่อเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระบุคลากรทางการแพทย์ในไทยซึ่งกำลังรับมือกับสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 อยู่ในขณะนี้ กระทรวงฯ จึงได้ร่วมกับหัวเว่ย นำโซลูชัน AI จาก HUAWEI CLOUD สำหรับการวิเคราะห์รูปภาพทางการแพทย์เชิงปริมาณ ด้วยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์วิทัศน์และการวิเคราะห์รูปภาพทางการแพทย์ มาช่วยลดภาระงานของบุคลากร ในฝ่ายรังสีวิทยา ทั้งยังสามารถส่งมอบผลตรวจแบบ CT quantification โดยอัตโนมัติได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ”

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “ปัญญาประดิษฐ์นี้ช่วยให้แพทย์นำมาใช้วินิจฉัยผลตรวจ CT ของผู้ป่วยที่ติดเชื้อได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว โดยสามารถวิเคราะห์ความผิดปกติของปอด โดยนำข้อมูล CT ของคนไข้ส่งไปบนระบบ CLOUD เพื่อวินิจฉัยโรคและยังสามารถระบุได้ว่าเชื้อไวรัสโควิด-19 อยู่ในระยะเริ่มต้น ระยะลุกลาม หรือระยะรุนแรง โดยใช้เวลาประมวลผลเพียง 25 วินาทีต่อ 1 เคส นับว่าเป็นเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับบุคลากรทางการแพทย์ไทยในการรับมือสถานการณ์ในขณะนี้ได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่คนไข้เข้ามาด้วยอาการหอบเหนื่อยในตอนต้น เพื่อช่วยในการวินิจฉัยได้อย่างทันท่วงที โดยไม่รอการตรวจในขั้นตอนอื่นๆ”

การตรวจแบบ CT เป็นหนึ่งในวิธีวินิจฉัยและรักษาโควิด-19 แต่การตรวจด้วยวิธีดังกล่าวต้องทำซ้ำและอ่านภาพหลายครั้ง เพื่อหารอยในปอดที่มีจำนวนมากและยังเกิดความเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว จึงเป็นการเพิ่มงานให้กับรังสีแพทย์ในไทยเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ จำนวนบุคลากรรังสีแพทย์ที่สามารถวิเคราะห์และวินิจฉัย โควิด-19 ได้อย่างแม่นยำยังมีจำกัด เทคโนโลยี AI จาก HUAWEI CLOUD นี้จะทำหน้าที่วิเคราะห์รูปภาพทางการแพทย์เชิงปริมาณจากการตรวจวินิจฉัยทางเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) ปอดของผู้ป่วย เพื่อวิเคราะห์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (Novel coronavirus, SARS หรือ COV) และผู้ป่วยโควิด-19 โดยโรงพยาบาลในประเทศจีนกว่า 20 แห่งได้นำโซลูชันนี้ปรับใช้เพื่อรับมือสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งหลังจากได้รับการปรับแต่งระบบและฝึกอบรมบุคลากรเพิ่มเติม ส่งผลให้โซลูชัน AI จาก HUAWEI CLOUD นี้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นเป็นอย่างมาก โดยมีอัตราความแม่นยำในการวินิจฉัยสูงถึง 96% และได้รับคะแนน DICE score สูงกว่า 85 คะแนน การนำนวัตกรรม AI ของ HUAWEI CLOUD มาใช้เพื่อยกระดับการให้บริการทางการแพทย์ไทยในครั้งนี้ จึงช่วยลดช่วยตอนการตรวจ ช่วยลดให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรับมือสถานการณ์โควิด-19 ในขณะนี้ได้ดียิ่งขึ้น

ที่ผ่านมา บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) ได้ส่งมอบระบบนวัตกรรมสื่อสารทางไกลเพื่อการแพทย์ Huawei Telemedicine Video Conference Solution ให้แก่กระทรวงสาธารณสุข เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งของแผนรับมือการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 โดยระบบดังกล่าวเป็นระบบเทเลคอนเฟอเรนซ์แบบเรียลไทม์เต็มรูปแบบที่สามารถช่วยให้การดำเนินงานของบุคลากรแพทย์ในประเทศไทยมีความคล่องตัว สามารถตรวจวินิจฉัยได้จาก ทุกที่ทุกเวลาผ่านอุปกรณ์มือถือของตน และที่สำคัญคือยังช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อให้แก่ทีมแพทย์ในไทยด้วยเช่นกัน



เกี่ยวกับหัวเว่ย

หัวเว่ย ผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและสมาร์ทดีไวซ์ ด้วยโซลูชั่นที่ผสมผสานในสี่กลุ่มหลัก คือ เครือข่ายโทรคมนาคม, ไอที, สมาร์ทดีไวซ์ และบริการคลาวด์ บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสู่การใช้งานทุกระดับเพื่อทุกผู้คน ทุกครัวเรือน และทุกองค์กร เพื่อขับเคลื่อนโลกอัจฉริยะที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างเต็มรูปแบบ ผลิตภัณฑ์ โซลูชั่นและบริการที่ครบวงจรของหัวเว่ยเปี่ยมด้วยศักยภาพด้านการแข่งขันและเชื่อถือได้ จากการทำงานร่วมกับพันธมิตรในระบบนิเวศแบบเปิด หัวเว่ยสามารถสร้างมูลค่าระยะยาวให้กับลูกค้า เสริมสมรรถนะของผู้คน ช่วยให้การใช้ชีวิตที่บ้านมีความสะดวกสบาย และสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดนวัตกรรมในองค์กรทุกรูปแบบและทุกขนาด นวัตกรรมของหัวเว่ยเน้นตอบสนองตามความต้องการของลูกค้า เราทุ่มงบประมาณจำนวนมหาศาลในด้านการวิจัย เน้นค้นหานวัตกรรมด้านเทคนิคใหม่ ๆ ที่จะช่วยขับเคลื่อนโลกของเราให้ก้าวไปข้างหน้า เรามีพนักงานกว่า 180,000 คน ดำเนินธุรกิจในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก หัวเว่ยก่อตั้งขึ้นในปี 2530 และเป็นบริษัทเอกชนที่มีพนักงานเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของหัวเว่ย ได้ที่ www.huawei.com

ติดตามเราได้ที่

http://www.linkedin.com/company/Huawei

http://www.twitter.com/Huawei

http://www.facebook.com/HuaweiTechTH

http://www.youtube.com/Huawei

No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad

Responsive Ads Here

Pages