ThaiBMA สรุปภาวะตลาดตราสารหนี้ไทยครึ่งแรกปี 2563 พร้อมแนะนำ 2 แอปพลิเคชันใหม่ เพื่อประโยชน์ต่อนักลงทุนและผู้ร่วมตลาด - Siam Outlook

Breaking

Home Top Ad

Responsive Ads Here

Post Top Ad

Responsive Ads Here

Thursday, July 9, 2020

ThaiBMA สรุปภาวะตลาดตราสารหนี้ไทยครึ่งแรกปี 2563 พร้อมแนะนำ 2 แอปพลิเคชันใหม่ เพื่อประโยชน์ต่อนักลงทุนและผู้ร่วมตลาด


ในช่วงครึ่งแรกปี 2563 ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัวอย่างมาก แต่ตลาดตราสารหนี้ไทยยังคงขยายตัวได้ร้อยละ 1.25 จากการระดมทุนเพิ่มขึ้นของภาครัฐ ในขณะที่ภาคเอกชนชะลอการเสนอขายหุ้นกู้ออกไป ทำให้ยอดการออกตราสารหนี้ภาคเอกชนในช่วงครึ่งปีแรกเท่ากับ 3.23 แสนล้านบาท ลดลงร้อยละ 43 พร้อมกันนี้ ThaiBMA ขอแนะนำ 2 แอปพลิเคชันใหม่ ‘MeBond’ และ ‘E-Book Building’ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนและผู้ร่วมตลาด และเป็นอีกก้าวในการพัฒนาตลาดตราสารหนี้ไทยสู่ความเป็นดิจิตอล

นายธาดา พฤฒิธาดา กรรมการผู้จัดการสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) กล่าวว่า แม้เศรษฐกิจไทยจะเผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 เช่นเดียวกันกับทั่วโลก ตลาดตราสารหนี้ไทยในครึ่งแรกปี 2563 นี้ยังสามารถขยายตัวได้เล็กน้อยที่ร้อยละ 1.25 มีมูลค่าคงค้างรวมเท่ากับ 13.69 ล้านล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของพันธบัตรรัฐบาล ด้านปริมาณการซื้อขายในตลาดรองก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกันที่ร้อยละ 5 จากปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ภาคเอกชนต้องชะลอการเสนอขายหุ้นกู้ออกไป ทำให้การออกหุ้นกู้ภาคเอกชนระยะยาวในครึ่งปีแรกนี้จึงมีมูลค่าลดลงร้อยละ 22 จากค่าเฉลี่ยการออกในครึ่งแรกของ 5 ปีย้อนหลัง แต่หากเทียบกับการออกในช่วงเวลาเดียวกับปีที่แล้วจะลดลงถึงร้อยละ 43 เนื่องจากปีที่แล้วถือเป็นปีที่มียอดการออกสูงเป็นประวัติการณ์ มูลค่าคงค้างตราสารหนี้ภาคเอกชนจึงหดตัวลงเล็กน้อยราวร้อยละ 0.68 จากสิ้นปีที่แล้ว

ด้านการลงทุนในตราสารหนี้จากนักลงทุนต่างประเทศ (Fund flow) ในครึ่งแรกปี 2563 พบว่าลดลงสุทธิ 108,460 ล้านบาท โดยเป็นการขายสุทธิทั้งในตราสารหนี้ระยะยาว (61,075 ล้านบาท) และตราสารหนี้ระยะสั้น (47,390 ล้าน บาท) ทำให้ ณ สิ้นไตรมาส 2 นี้ นักลงทุนต่างชาติถือครองตราสารหนี้ไทยรวมทั้งสิ้น 811,070 ล้านบาท หรือเท่ากับ ร้อยละ 9.07 ของมูลค่าคงค้างพันธบัตรรัฐบาลและธปท. ซึ่งลดลงจากร้อยละ 10.45 เมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ในเดือนมิถุยายน นักลงทุนต่างชาติเริ่มหันกลับมาซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทยอีกครั้ง หลังจากขายสุทธิอย่างต่อเนื่องตลอด 5 เดือนแรกของปี

ด้าน Bond Yield ในช่วงครึ่งปีแรกค่อนข้างผันผวน เนื่องจากความกังวลของนักลงทุนถึงผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ต่อเศรษฐกิจ ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลในช่วงกลางเดือนมีนาคมปรับเพิ่มขึ้นค่อนข้างมากจากการเทขายสินทรัพย์ของนักลงทุน ก่อนจะทยอยปรับลดลงในช่วงไตรมาส 2 ทำให้เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลมีการเคลื่อนไหวในทิศทางขาลงในทุกรุ่นอายุ โดย Bond yield อายุ 2 ปี และ 10 ปี ปรับลดลง 69 bps. และ 18 bps. จากต้นปีมาอยู่ที่ระดับร้อยละ 0.45 และที่ร้อยละ 1.28 ตามลำดับ ณ สิ้นไตรมาส 2 โดยเป็นการทำระดับต่ำสุดใหม่ของรุ่นอายุ 2 ปี

สำหรับตลาดตราสารหนี้ไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 นายธาดา พฤฒิธาดา กรรมการผู้จัดการสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย คาดว่า บริษัทเอกชนไทยยังคงมีความต้องการระดมทุนผ่านการออกหุ้นกู้ระยะยาวเพื่อเตรียมสภาพคล่องรองรับสถานการณ์ที่อาจไม่แน่นอน โดยคาดว่าทั้งปีจะมีมูลค่าการออกหุ้นกู้ระยะยาวที่ 800,000 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากประมาณการเดิมที่ 850,000 ล้านบาท และเชื่อว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับต่ำนี้ต่อไปจนถึงสิ้นปีโดยอาจใช้เครื่องมือนโยบายการเงินอื่นเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว ทำให้มีโอกาสที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลจะขยับต่ำลงทั้งเส้นแต่อยู่ในกรอบจำกัด โดยอาจมีความผันผวนได้ในบางช่วงหากเกิดเหตุการณ์ความกังวลใหม่ๆ ในตลาด เช่น สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

พร้อมกันนี้ ThaiBMA ขอแนะนำ 2 แอปพลิเคชันใหม่ ได้แก่ ‘MeBond’ และ ‘E-Book Building’ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนและผู้ร่วมตลาด โดย ‘MeBond’ เป็นโมบายแอปพลิเคชันสำหรับนักลงทุนทั่วไปเปรียบเสมือนสมุดอิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยบันทึกตราสารหนี้ที่นักลงทุนถือครองไว้ในที่เดียวกัน ช่วยให้นักลงทุนสามารถติดตามข้อมูลการลงทุนของตนเอง และข้อมูลอื่นในตลาดตราสารหนี้ได้สะดวกรวดเร็ว มีข้อมูลครบถ้วนในแหล่งเดียว โดย MeBond มาพร้อมกับ 6 เมนูหลัก ได้แก่ พอร์ทลงทุน ที่ให้นักลงทุนรวบรวม บันทึกหุ้นกู้ทุกตัวในพอร์ทการลงทุนไว้ในที่เดียวกัน จึงทำให้สามารถติดตามกระแสเงินสดที่จะได้รับในแต่ละงวดจากดอกเบี้ยและเงินต้นของตราสารหนี้ รวมถึงแสดงอายุเฉลี่ย และอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยของพอร์ท ตราสารหนี้ออกใหม่ ที่จะนำเสนอข้อมูลตราสารหนี้ทั้งภาครัฐและเอกชนที่กำลังเสนอขายอยู่ในตลาดแรก ให้นักลงทุนได้เลือกค้นหา และเปรียบเทียบข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน ค้นหาตราสารหนี้ ช่วยในการค้นหาตราสารหนี้ที่ออกมาแล้วในตลาดรองตามเงื่อนไขที่นักลงทุนสนใจ เช่น อายุ หรืออันดับเครดิตที่ต้องการ เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล หรือ Yield curve ที่นักลงทุนจะได้ติดตามการเคลื่อนไหวของผลตอบแทนตราสารหนี้ได้ทั้งในปัจจุบันและข้อมูลย้อนหลัง รวมถึงส่วนชดเชยความเสี่ยงของหุ้นกู้ในแต่ละเรทติ้ง Dashboard ที่แสดงภาพรวมตลาดตราสารหนี้ระหว่างวัน รวมถึง Fund flow ต่างชาติที่ดูได้แบบ Real-time และ ข่าว ที่จะรวบรวมข่าวสารในตลาดตราสารหนี้โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับตราสารหนี้ในพอร์ทเพื่อให้นักลงทุนไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว MeBond จึงเป็นแอปพลิเคชั่นที่ช่วยนักลงทุนบริหารจัดการเงินลงทุนได้สะดวกขึ้น ที่สำคัญข้อมูลการลงทุนที่บันทึกไว้จะถูกจัดเก็บไว้เฉพาะที่ device ของนักลงทุนเท่านั้น จึงไม่ต้องเป็นกังวลกับ Data privacy

สำหรับ ‘E-Book Building’ เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้สำรวจความต้องการของนักลงทุนสถาบันในการลงทุนในตราสารหนี้ที่ระดับอัตราดอกเบี้ยต่างๆ เพื่อนำมากำหนดอัตราดอกเบี้ยของหุ้นกู้ (Coupon) ที่เหมาะสม ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของทั้งผู้จัดจำหน่ายและผู้ออกตราสารหนี้ ลดภาระการ re-key ข้อมูล ลดระยะเวลาทำงาน สามารถจำลองรูปแบบการจัดสรร พร้อมสรุปข้อมูลได้หลากหลายมุมมอง ช่วยให้การตัดสินใจของผู้จัดจำหน่ายและผู้ออกตราสารหนี้เป็นไปได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว จากนั้นจัดทำรายงานผลส่งให้ผู้เกี่ยวข้องได้ในทันที

ทั้ง ‘MeBond’ และ ‘E-Book Building’ พัฒนาขึ้นโดยทีมงานของ ThaiBMA เปิดให้บริการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนและผู้ร่วมตลาดตราสารหนี้ และเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาตลาดตราสารหนี้ไทยสู่ความเป็นดิจิตอล

ดาวน์โหลดแอป ‘MeBond’ ได้แล้ววันนี้ทั้งในระบบ IOS และ Android เพียงการพิมพ์ชื่อ ‘MeBond’

ส่วน ‘E-Book Building’ สามารถเข้าใช้งานผ่านทางเว็บไซต์ โดยติดต่อ ThaiBMA เพื่อให้กำหนดสิทธิการเข้าใช้งานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad

Responsive Ads Here

Pages