“ประพิศ” รองอธิบดีกรมชลฯ ชี้ภายใน 10 วัน ระบายน้ำในพื้นที่ปากพนังหมด - Siam Outlook

Breaking

Home Top Ad

Responsive Ads Here

Post Top Ad

Responsive Ads Here

Monday, December 7, 2020

“ประพิศ” รองอธิบดีกรมชลฯ ชี้ภายใน 10 วัน ระบายน้ำในพื้นที่ปากพนังหมด




นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน
เปิดเผยว่า สำหรับการบริหารจัดการน้ำและให้ความช่วยเหลือบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ประสบปัญหาระดับน้ำในคลองเพิ่มสูงขึ้นและเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำถึง 15 อำเภอ กรมชลประทาน ได้มีการจัดตั้งศูนย์ส่วนหน้าบรรเทาอุทกภัย ฯ และระดมเครื่องจักรเครื่องมือจากส่วนกลาง รวมถึงการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ และเครื่องผลักดันน้ำ ทั้งหมด 90 เครื่อง เพื่อช่วยพื้นที่ประสบภัย ซึ่งตนเองได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ประสบอุทกภัย พร้อมด้วย นายปริญญา สัคคะนายก ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 15 นายเดช เล็กวิชัย ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 16 นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม ผู้อำนวยการสำนักเครื่องจักรกล นายเสริมชัย เซียวศิริถาวร ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง พบว่า ขณะนี้ปริมาณฝนได้ลดลง ขณะที่ระดับน้ำเริ่มลดลงในบางพื้นที่

ในส่วนของการบริหารจัดการน้ำ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ด้วยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ มีความเป็นห่วงถึงพี่น้องประชาชนทุกคน จึงกำชับให้กรมชลประทานเร่งดำเนินการ โดยในส่วนของการระบายน้ำเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ได้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำ จำนวน 54 เครื่อง บริเวณเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช และติดตั้ง เครื่องผลักดันน้ำ จำนวน 46 เครื่อง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการระบาย ปัจจุบันสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว โดยใช้เวลาในการระบายน้ำเพียง 3 วัน

“ ขณะที่การระบายน้ำในเขตลุ่มน้ำปากพนังทางโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ทั้งฝั่งอ่าวไทย ฝั่งอ่าวปากพนัง สำนักงานชลประทานที่ 15 ได้จะดำเนินการช่วยเหลือบรรเทาอุทกภัยโดยได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำ จำนวน 26 เครื่อง เครื่องผลักดันน้ำจำนวน 10 เครื่อง และได้วางแผนจะติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มเพื่อเพิ่มศักยภาพในการระบาย เพิ่มอีก 75 เครื่อง คาดว่าจะสามารถเร่งการระบายตามความเหมาะสมออกจากพื้นที่ ภายใน 10 วัน ส่วนปริมาณน้ำในทุ่งจะสำรองไว้ให้เกษตรไว้ใช้ทำการเกษตรต่อไป”


พร้อมกันนี้ รองอธิบดีกรมชลประทานยังกล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือ พื้นที่เกษตรแปลงใหญ่ส้มโอทับทิมสยาม บ้านแสงวิมาน กรมชลประทานได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ จำนวน 13 เครื่อง เครื่องผลักดันน้ำจำนวน 16 เครื่อง รวมทั้งรถขุดสร้างคันกั้นน้ำ 17 คัน เพื่อดำเนินทำคันกั้นน้ำไม่ให้น้ำไหลเข้าพื้นที่เพิ่มเติม และจะสูบระบายน้ำออกจากแปลงภายใน 5 วัน

“ขณะนี้ที่ตรัง กรมชลฯได้ตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมทำให้สามารถระบายน้ำเพิ่มประมาณ 800,000 ลบ.ม.ต่อวัน โดยมีการทำงานกันตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้น หากไม่มีฝนเติมก็คาดว่าใช้เวลาประมาณ 4-5 วัน สถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ “

สำหรับจังหวัดตรัง นายประพิศกล่าวว่า ปัจจุบันมีพื้นที่ลุ่มต่ำได้รับผลกระทบ บริเวณตำบลบางรัก ตำบลหนองตรุด ตำบลนาโต๊ะหมิง และตำบลนาตาล่วง อำเภอเมือง โดยแนวโน้มสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดตรัง มีแนวโน้มลดลง เนื่องจากมวลน้ำสูงสุดได้เคลื่อนผ่านไปแล้ว



No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad

Responsive Ads Here

Pages