WHART เข้าลงทุนทรัพย์สินเพิ่มเติมครั้งที่ 4 มูลค่าไม่เกิน 4,464.50 ลบ. พร้อมเปิดจองในเดือนพ.ย. และโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินแล้วเสร็จปลายปี หนุนขนาดสินทรัพย์รวมแตะระดับ 32,800 ล้านบาท - Siam Outlook

Breaking

Home Top Ad

Responsive Ads Here

Post Top Ad

Responsive Ads Here

Wednesday, October 24, 2018

WHART เข้าลงทุนทรัพย์สินเพิ่มเติมครั้งที่ 4 มูลค่าไม่เกิน 4,464.50 ลบ. พร้อมเปิดจองในเดือนพ.ย. และโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินแล้วเสร็จปลายปี หนุนขนาดสินทรัพย์รวมแตะระดับ 32,800 ล้านบาท



กรุงเทพฯ – กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) ประกาศเพิ่มทุนครั้งที่ 3 เพื่อเข้าลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมครั้งที่ 4 มูลค่าไม่เกิน 4,464.50 ล้านบาท ด้าน GROUP CEO “ จรีพร จารุกรสกุล ” บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น ในฐานะผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ ระบุ จุดเด่นของทรัพย์สิน ที่ขายเข้ากองทรัสต์ เป็น โครงการ Built-to-Suit Warehouse ระดับสากล และมีการให้บริการโซลูชั่นครบวงจร ด้านผู้จัดการกองทรัสต์WHART “ ปิยะพงศ์ พินธุประภา” เผยภายหลังเพิ่มทุนสำเร็จขนาดทรัพย์สินรวม เพิ่มเป็น 32,800 ล้านบาท พร้อมเปิดจองซื้อในเดือนพ.ย. นี้ และโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินเข้ากองทรัสต์ WHART แล้วเสร็จในเดือนธ.ค. 61 นี้

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า กองทรัสต์ WHART เป็นกองทรัสต์ ที่เน้นลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ที่ก่อให้เกิดรายได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง WHA Group ในฐานะผู้สนับสนุนและผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ ได้ขายทรัพย์สินเข้าทรัสต์ เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เข้า IPO ในปี 2557 เป็นต้นมา โดยรูปแบบโครงการของWHA Group จะเป็นโครงการ Built- to-Suit Warehouse ที่มีมาตรฐานระดับโลก รวมทั้งยังมีการให้บริการโซลูชั่นครบวงจร ทั้งระบบสาธารณูปโภค แพลตฟอร์มโครงสร้างด้านพลังงาน และระบบดิจิตอล นอกจากนี้โครงการของWHA Group ส่วนใหญ่ ตั้งอยู่ในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ภายใต้การส่งเสริมของของภาครัฐ และจากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ความต้องการคลังสินค้า โรงงานในพื้นที่ EEC เพิ่มขึ้นอีกจำนวนมาก สอดรับกับแผนพัฒนาพื้นที่ของบริษัทฯที่มุ่งมั่นส่งเสริมการพัฒนา 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศไทย

และสำหรับการเพิ่มทุนครั้งที่ 3 เพื่อเข้าลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมครั้งที่ 4 ของ WHART ในครั้งนี้ WHA Group ได้นำทรัพย์สินโครงการของบริษัทฯ จำนวน 2 โครงการ และโครงการที่พัฒนาภายใต้บริษัทร่วมทุนระหว่าง WHA และกลุ่ม Central จำนวน 1 โครงการ รวมทั้งโครงการที่พัฒนาภายใต้บริษัทร่วมทุนระหว่าง WHA และกลุ่ม KPN อีก 1 โครงการ ซึ่งประกอบด้วย 1) โครงการ WHA Mega Logistics Center (พระราม 2 กม. 35) มีพื้นที่เช่าอาคารประมาณ 14,084 ตารางเมตร ซึ่งมีเนื้อที่ดินที่เช่าประมาณ 17 ไร่ 1 งาน 50 ตารางวา 2.) โครงการ Central WHA Mega Logistics Center (วังน้อย 63) พื้นที่เช่าอาคารประมาณ 86,223.61 ตารางเมตร บนที่ดินที่ดินรวมประมาณ 96 ไร่ 1 งาน 44 ตารางวา 3.) โครงการ WHA KPN Mega Logistics Center (ถนนบางนา-ตราด กม. 23) พื้นที่เช่าอาคารประมาณ 39,607 ตารางเมตร ซึ่งมีเนื้อที่ดินที่เช่าประมาณ 43 ไร่ 3 งาน และ 4.) โครงการ DSG HSIL จังหวัดสระบุรี พื้นที่เช่าอาคารประมาณ 16,620 ตารางเมตร บนที่ดินรวมประมาณ 15 ไร่ เมื่อรวมทั้ง 4 โครงการ จะมีพื้นที่เช่าอาคารประมาณ 156,534.61 ตารางเมตร บนที่ดินรวมประมาณ 172 ไร่ 1 งาน 94 ตารางวา

ด้าน นายปิยะพงศ์ พินธุประภา กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ เรียลเอสเตท แมเนจเม้นท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) กล่าวว่า การเพิ่มทุนครั้งนี้ จะเป็นการเข้าไปลงทุนเพิ่มเติมในทรัพย์สิน 4 โครงการ มูลค่าไม่เกิน 4,464.50 ล้านบาท ซึ่งมีพื้นที่เช่าคลังและโรงงานประมาณ 156,534.61 ตารางเมตร พื้นที่เช่าลานจอดรถประมาณ 13,822 ตารางเมตร และพื้นที่เช่าหลังคาประมาณ 35,212 ตารางเมตร บนที่ดินรวมประมาณ 172 ไร่ 1 งาน 94 ตารางวา โดยมั่นใจว่าการเพิ่มทุนครั้งนี้ จะสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหน่วยทรัสต์อย่างมีเสถียรภาพ อีกทั้งกองทรัสต์ WHART ยังสามารถรักษาสัดส่วนทรัพย์สินประเภท Freehold ต่อ Leasehold ในระดับใกล้เคียงเดิมประมาณ 70% ต่อ 30% ช่วยลดความเสี่ยงจากการลดมูลค่าของทรัพย์สินของกองทรัสต์ในอนาคต และสามารถรักษาระดับ Occupancy rate ได้ประมาณร้อยละ 90 อย่างต่อเนื่อง ด้วย profile ของผู้เช่าพื้นที่ของกองทรัสต์ ซึ่งส่วนมากเป็นผู้เช่ารายใหญ่และมีความมั่นคง

ทั้งนี้ภายหลังการเข้าลงทุนในทรัพย์สินหลักเพิ่มเติมครั้งนี้ จะส่งผลให้มูลค่าทรัพย์สินรวมของ กองทรัสต์ WHART เติบโตแตะระดับ 32,800 ล้านบาท จากเดิมที่มีมูลค่าทรัพย์สินรวม 28,192 ล้านบาท ในขณะที่ขนาดพื้นที่เช่าคลังและโรงงานจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 1,128,000 ตารางเมตร จากปัจจุบันกองทรัสต์ WHART มีการลงทุนในทรัพย์สินหลัก จำนวน 20 โครงการ ซึ่งมีพื้นที่เช่าคลังและโรงงานรวมทั้งสิ้นประมาณ 971,578.55 ตารางเมตร พื้นที่เช่าหลังคารวมประมาณ 316,907.29 ตารางเมตร และพื้นที่เช่าลานจอดรถรวมประมาณ 12,789.90 ตารางเมตร บนที่ดินรวมประมาณ 1,037 ไร่ 2 งาน 73.55 ตารางวา

นางสาวรวีรัตน์ สัจจวโรดม ผู้ช่วยผู้บริหารงานวาณิชธนกิจ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายหน่วยทรัสต์ เปิดเผยว่า การเพิ่มทุนหลังจากที่มีการเปิดให้ผู้ถือหุ้นเดิมจองซื้อหน่วยทรัสต์ WHART จากการเพิ่มทุนครั้งที่ 3 จำนวนไม่เกิน 299.18 ล้านหน่วย โดยจะเปิดให้ผู้ถือหุ้นเดิมจองซื้อประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน 2561 และนักลงทุนทั่วไปจองซื้อประมาณปลายเดือน พฤศจิกายน 2561 และคาดว่าโอนกรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์ได้ในช่วงประมาณปลายปี 2561

สำหรับการเพิ่มทุนครั้งที่ 3 เพื่อการลงทุนเพิ่มครั้งที่ 4 ของกองทรัสต์ WHART นั้น มองว่าทรัพย์สินที่ทางกองทรัสต์ WHART เข้าไปลงทุนนั้น มีความโดดเด่นในในด้านทำเลที่ตั้งซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์การขนส่งโลจิสติกส์ บนถนนบางนา-ตราด พร้อมทั้งมีการขยายการลงทุนไปยังทำเลแห่งใหม่ 1 โครงการเพื่อขยายการเติบโตและลดการกระจุกตัวของรายได้ของกองทรัสต์ ในบริเวณพระราม 2 กม. 35 จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นคลังสินค้าประเภทห้องเย็น และที่สำคัญมีผู้บริหารทรัพย์สินมืออาชีพ ในการบริหารอสังหาริมทรัพย์ อย่าง บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จึงยิ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเชื่อมั่นในการลงทุนได้เป็นอย่างดี

................................................................



No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad

Responsive Ads Here

Pages