จับมือองค์กรบรรจุภัณฑ์โลก สภาอุตฯ
และพันธมิตรกว่า 2,500 แบรนด์ โชว์เทคโนโลยีแห่งอนาคต
รับการเปลี่ยนผ่านสู่ Industry 5.0
พร้อมดันไทยฮับการผลิตอาหาร-เครื่องดื่ม-บรรจุภัณฑ์โลก
เริ่มแล้ว ProPak Asia 2026 อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผสานความร่วมมือ องค์กรบรรจุภัณฑ์โลก องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ องค์กรธุรกิจอุตสาหกรรมไทย-นานาชาติ กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และบริษัทชั้นนำระดับโลกกว่า 2,500 แบรนด์ โชว์นวัตกรรมเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ AI และระบบเครื่องจักรอัตโนมัติ พร้อมระดมผู้เชี่ยวชาญกว่า 100 คน ร่วมถ่ายทอดความรู้ผ่านกิจกรรมภายในงานฯ ช่วยผู้ประกอบการเตรียมรับการเปลี่ยนผ่านสู่ Industry 5.0 คาดปีนี้มีผู้เข้าเยี่ยมชมงานจากทั่วโลกกว่า 80,000 คน สร้างมูลค่าการค้าและเจรจาธุรกิจถึง 5.5 พันล้านบาท
นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวถึงทิศทางของอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม และบรรจุภัณฑ์ ในการเปิดงาน ProPak Asia 2026 ว่า เครื่องจักรสมัยใหม่ AI และระบบเครื่องจักรอัตโนมัติได้พลิกโฉมอุตสาหกรรมทั้งระบบ โดยอาเซียนยังเป็นแหล่งผลิตอาหารสำคัญของโลก แต่สถานการณ์และปัจจัยที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรม รวมถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเป็นตัวเร่งให้การผลิตเข้าสู่ Industry 5.0 เร็วขึ้น การทำงานระหว่างมนุษย์และเทคโนโลยีวันนี้ ไม่ใช่แค่การทดแทนแรงงาน แต่ทำให้การดำเนินการผลิตฉลาดและมีความยืดหยุ่นขึ้น ดังนั้นงาน ProPak Asia 2026 จึงเป็นแพลตฟอร์มสำคัญด้านเทคโนโลยีแปรรูป บรรจุภัณฑ์ การผลิตอาหาร เครื่องดื่มอย่างยั่งยืนของภูมิภาค เป็นจุดนัดพบประจำปีที่ทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมอาหารทั่วโลกมาพบปะ แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และสร้างเครือข่ายธุรกิจ พร้อมช่วยเสริมบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตและนวัตกรรมของภูมิภาคด้วย
งาน ProPak Asia 2026 ได้ย้ายสถานที่จัดงานมาที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ทำให้งานมีขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น 20% ด้วยพื้นที่จัดแสดงงานรวม 60,000 ตร.ม. รองรับการจัดแสดงเครื่องจักรและสายการผลิตอัจฉริยะสมัยใหม่ พร้อมเดินเครื่องให้ชมแบบ Real-time ซึ่งหาดูได้ยากในงานระดับภูมิภาค รวมถึงได้เพิ่มโซนจัดงานใหม่ DigitalisationAsia Zone & Intelligent Automation ที่เจาะลึกนวัตกรรมและเทคโนโลยีเครื่องจักรและโซลูชันใหม่ๆ มีพาวิเลียนนานาชาติร่วมจัดงานฯ มากถึง 13 ประเทศและกลุ่มประเทศ ได้แก่ เกาหลีใต้ จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ไตัหวัน มาเลเซีย ฝรั่งเศษ อังกฤษ อเมริกาเหนือ อินเดีย อิตาลี ออสเตรเลีย บาวาเรียและบริษัทชั้นนำจากทั่วโลกเข้าร่วมจัดแสดงงานถึง 2,500 แบรนด์ ภายในงานยังมีการจัดเวทีถ่ายทอดความรู้ อาทิ ProPak Stage, ProPak Gourmet, ProPak Drinksphere, Future Food Corner, Creative Design Village, DIPROM Pavilion และเวทีด้านความยั่งยืน PPKA Zero Hunger Walk และ Old for New พร้อมกิจกรรมสัมมนา การประชุม และ Workshop ทั้งระดับท้องถิ่นและระดับภูมิภาคจากผู้เชี่ยวชาญกว่า 100 คนทั่วโลก อาทิ Global Packaging Forum 2026, Asia Food Safety Forum (AFSF) 2026, Food Innovation Asia Conference, Hydration and Health: The Role of Beverages in Wellness and Longevity, AI‑Powered Food Factory of Tomorrow: หุ่นยนต์อัจฉริยะและ Digital Twin สำหรับโรงงานอาหารไทยยุคใหม่ ฯลฯ จากความยิ่งใหญ่และครบวงจรที่สุดของงานทำให้คาดปีนี้มีผู้เข้าเยี่ยมชมงานจากทั่วโลกกว่า 80,000 คน สร้างมูลค่าการค้าและเจรจาธุรกิจในงาน 5.5 พันล้านบาท ถือเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยและอาเซียน ที่จะก้าวสู่ประตูสู่ความรู้ โอกาสการลงทุนและเข้าถึงเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับการผลิตไปสู่การผลิตมูลค่าสูงที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีผ่านงาน ProPak Asia 2026 ในครั้งนี้
ด้าน นางลูเซียนา เปลเลกรีโน ประธานองค์กรบรรจุภัณฑ์โลก (World Packaging Organization: WPO)กล่าวถึงแนวโน้มที่กำลังกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์และการสนับสนุนการจัดงาน ProPak Asia 2026 ว่า อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์กำลังเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ และกำลังเผชิญแรงกดดันในการยกระดับประสิทธิภาพและผลการดำเนินงาน ควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้มากขึ้น พร้อมกับแนวทางการพัฒนาด้านความยั่งยืน ข้อมูลจาก Fortune Business Insights (FBI) บริษัทวิจัยตลาดชั้นนำของโลก เผยว่ามูลค่าตลาดบรรจุภัณฑ์โลก ปี 2569 คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 1.14 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 4–5% ต่อปี ไปจนถึงปี 2577 โดยได้รับแรงหนุนจากการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อย่างเต็มรูปแบบ การใช้บรรจุภัณฑ์ Mono-material หรือ วัสดุชนิดเดียวที่รีไซเคิลได้ง่าย และการใช้พลาสติกรีไซเคิลหลังการบริโภค (Post-Consumer Recycled Plastic: PCR) มากขึ้น เพื่อตอบสนองต่อกฎระเบียบโลกด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด ขณะเดียวกันเทคโนโลยี Smart Packaging ที่มี QR Code และ NFC (Near Field Communication) กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ ที่ช่วยเพิ่มความโปร่งใส ติดตาม และตรวจสอบย้อนกลับผลิตภัณฑ์
ส่วน ดร.ทองดี ปาโส ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงความสำคัญของงาน ProPak Asia 2026 ว่า เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญและเป็นเวทีระดับโลกที่จัดขึ้นในบ้าน ถือเป็นโอกาสดีของผู้ประกอบการตั้งแต่ SME ไปจนถึงองค์กรใหญ่ ได้สัมผัสกับเทคโนโลยีการผลิตและนวัตกรรมสมัยใหม่ อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มนับว่าสำคัญต่อเศรษฐกิจของไทยในมิติของการสร้างรายได้ให้กับประเทศ สร้างงาน และเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบท้องถิ่น อุตสาหกรรมนี้จึงไม่ใช่แค่การผลิตหรือขายเท่านั้น แต่เป็นระบบเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงเกษตรกรไปจนถึงผู้บริโภคปลายทาง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจึงยินดีเป็นอย่างยิ่งในการสนับสนุนการจัดงานฯ อย่างเต็มกำลังเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคต พร้อมกันนี้ ส.อ.ท. ยังได้จัดกิจกรรมเสวนาขึ้นใน ProPak Stage หัวข้อ “Asia F&B Industry Outlook: Economic Signals & Game Changer” ซึ่งจะพูดถึงภาพรวมสภาวะเศรษฐกิจ และแนวทางการปรับตัว ดังนั้น ส.อ.ท. มั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าการร่วมมือของทุกภาคส่วนครั้งนี้ จะช่วยติดอาวุธให้ผู้ประกอบการไทยพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนผ่าน และก้าวขึ้นเป็นผู้นำในการผลิตอาหาร เครื่องดื่ม และบรรจุภัณฑ์ของตลาดโลกได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน
สำหรับงาน ProPak Asia 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-13 มิถุนายน 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ผู้สนใจรายละเอียดการจัดงานสามารถเยี่ยมชมได้ที่ www.propakasia.com
------------------------------------------------------------------------












No comments:
Post a Comment