กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ชูพลัง “ครูบัญชีอาสา” กว่า 6,000 คน เป็นโซ่ข้อกลางยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย - Siam Outlook

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

Tuesday, May 26, 2026

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ชูพลัง “ครูบัญชีอาสา” กว่า 6,000 คน เป็นโซ่ข้อกลางยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย


กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ชูพลัง “ครูบัญชีอาสา” กว่า 6,000 คน
เป็นโซ่ข้อกลางยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “ครูบัญชีอาสา” ดึงเกษตรกรสอนเกษตรกร น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน พร้อมนำเทคโนโลยีแอปพลิเคชัน SmartMe Plus แบบสั่งการด้วยเสียงมาใช้ หวังขยายเครือข่ายสู่อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ


นางพิศมัย อรรถธรรมสุนทร รองอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
เปิดเผยว่า โครงการครูบัญชีอาสาเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2545 เพื่อสนับสนุนโครงการพักชำระหนี้ของรัฐบาลในขณะนั้น โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์มีแนวคิดริเริ่มให้เกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในการทำบัญชีมาเป็นผู้สอนเกษตรกรด้วยกันเอง เนื่องจากมีความเข้าใจในวิถีชีวิตการทำเกษตรอย่างถ่องแท้ สามารถอธิบายและถ่ายทอดความรู้ได้ชัดเจนตรงจุด ปัจจุบันมีการขึ้นทะเบียนครูบัญชีอาสากว่า 6,000 คนทั่วประเทศ ซึ่งมีการจัดระดับความสามารถเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับ C ในฐานะผู้ช่วยครูบัญชี ระดับ B วิทยากรผู้ช่วย และระดับ A วิทยากรหลัก โดยจะมีการทบทวนและพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อให้สามารถลงพื้นที่ถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกร นักเรียน ตลอดจนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ยังได้จัดสัมมนาครูบัญชีอาสาระดับประเทศเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเทคนิคการสอน พร้อมรับมอบนโยบายจากรัฐบาลไปถ่ายทอดต่อสู่เกษตรกรในภาษาที่เข้าใจง่าย ทำให้ครูบัญชีอาสาเปรียบเสมือนโซ่ข้อกลางที่ช่วยเชื่อมโยงนโยบายรัฐสู่การปฏิบัติจริงในระดับพื้นที่ รวมถึงการแก้ปัญหาในพื้นที่ห่างไกลบนดอย โดยการสร้างครูบัญชีที่สามารถสื่อสารภาษาถิ่นได้ เพื่อให้เกษตรกรทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงการทำบัญชี รู้จักต้นทุน ค่าแรงงาน และประเมินกำไรขาดทุนของพืชแต่ละชนิดได้อย่างแม่นยำ นำไปสู่การตัดสินใจวางแผนการผลิตและการปรับเปลี่ยนอาชีพที่เหมาะสม

ความสำเร็จของโครงการตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเป็นที่ประจักษ์ชัด โดยตั้งแต่ปี 2548 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดให้มีการเชิดชูเกียรติครูบัญชีอาสาที่ผ่านการคัดเลือกเป็นเกษตรกรดีเด่นสาขาบัญชีฟาร์ม เพื่อเข้ารับพระราชทานรางวัลในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้นำเรื่องราวความสำเร็จเหล่านี้มาจัดทำเป็นหนังสือเผยแพร่เป็นประจำทุกปี เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เกษตรกรรายอื่นๆ ต่อไป โดยในปี 2569 นี้ รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ ได้แก่ นายสุริยา ขันแก้ว เกษตรกรดีเด่นจากจังหวัดแพร่ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ นายสัญญา หิรัญวดี เกษตรกรดีเด่นจากจังหวัดภูเก็ต รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ นายเกรียงศักดิ์ นุ้ยสี เกษตรกรดีเด่นจากจังหวัดตรัง และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ นายไพทูลย์ อินหา เกษตรกรดีเด่นจากจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งทั้ง 4 ท่านถือเป็นสุดยอดผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง ที่มีความโดดเด่นทั้งในด้านการจัดทำบัญชี การถ่ายทอดความรู้ และเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยต่อไป

"ถ้าเราได้จดบันทึกบัญชี เราจะเห็นออกมาเป็นตัวเงิน ทำให้เรารู้ว่าในแต่ละฤดูกาลผลิตเรามีรายได้และค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ พืชแต่ละชนิดปลูกแล้วมีกำไรไหม อันนี้คือความสำคัญที่ทำให้เกษตรกรนำตัวเลขตรงนี้ไปพิจารณาว่าควรจะปลูกพืชชนิดนั้นต่อไปหรือไม่ และช่วยให้วางแผนการผลิตได้ดีขึ้น ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณครูบัญชีอาสาทุกท่านที่ได้ช่วยเหลือเป็นวิทยาทานให้ความรู้กับเกษตรกร ทำให้เป็นโซ่ข้อกลางที่สามารถนำนโยบายของรัฐบาลไปถ่ายทอด และช่วยกระตุ้นให้เพื่อนเกษตรกรได้จัดทำบัญชี สร้างวินัยทางการเงินทางอ้อม เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต มีเงินออม และสามารถนำไปต่อยอดธุรกิจได้อย่างยั่งยืน"

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาข้อจำกัดด้านพื้นที่ห่างไกลและการเข้าถึงเทคโนโลยี กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้พัฒนาแอปพลิเคชัน SmartMe Plus สำหรับจัดทำบัญชีครัวเรือนและบัญชีต้นทุนอาชีพ ที่มีความพิเศษคือรองรับ “การสั่งการด้วยเสียง” ครอบคลุมทั้งภาษากลางและภาษาถิ่น ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่เกษตรกรสูงวัยที่ไม่ถนัดการพิมพ์ และยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว


สำหรับทิศทางในอนาคต กรมฯ ได้รับนโยบายจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการเตรียมขยายเครือข่ายครูบัญชีอาสาไปยังกลุ่ม "อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.)" เพื่อให้สามารถเข้าถึงเกษตรกรได้ครอบคลุมทุกตำบลและทุกพื้นที่มากยิ่งขึ้น

“ต้องขอขอบคุณคุณครูบัญชีอาสาทุกท่าน ที่ได้ช่วยเหลือเป็นวิทยาทานให้ความรู้กับเกษตรกร ทำให้เกษตรกรหลายท่านรู้จักนำข้อมูลทางบัญชีมาใช้ประโยชน์ แก้ปัญหาหนี้สิน ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และปรับปรุงอาชีพของตนเอง ทั้งนี้ อยากเชิญชวนให้เกษตรกรทุกท่าน รวมถึงเยาวชน ได้ฝึกฝนการจดบันทึกบัญชี เพื่อให้ทราบถึงรายรับ รายจ่าย และเงินออมในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งจะเป็นการสร้างวินัยทางการเงินทางอ้อม และฝึกให้เราเป็นผู้วางแผนการเงินเพื่อพัฒนาชีวิต รองรับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในรูปแบบต่างๆ ต่อไปในอนาคตค่ะ” นางพิศมัย กล่าวทิ้งท้าย

                                                             **********

No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad

Pages