ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย
หนุน SMEs ก้าวกระโดด โตไปด้วยกัน
สู่ SMART INDUSTRY
ในงาน ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี ร่วมปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “เดินหน้าเศรษฐกิจไทย ดันอุตสาหกรรมเติบโต” และดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม บรรยายหัวข้อ “ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย หนุน SMEs เติบโต” ร่วมด้วยคุณชนะ ภูมี ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี และรองประธาน ส.อ.ท. ในหัวข้อ “ก้าวกระโดดเพื่อความมั่งคั่งของอุตสาหกรรมไทย” และดร.อธิป อัศวานันท์ ผู้อำนวยการสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย ในหัวข้อ “SMEs ชีวิตจะเปลี่ยนไปด้วย Smart AI”
นายชนะ ภูมี ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี และรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “เอสซีจีและเครือข่ายภาคเอกชนร่วมกันจัดงาน “อุตสาหกรรมไทยก้าวกระโดด โตไปด้วยกัน...SMART INDUSTRY” เพื่อหาแนวทางให้ประเทศไทยก้าวข้ามกับดักการเติบโตต่ำ โดยเฉพาะ SMEs ที่เผชิญความยากลำบากในท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจซบเซา ประกอบกับวิกฤตความขัดแย้งโลก การผสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรม เป็นกลไกหนึ่งที่จะพลิกฟื้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้อุตสาหกรรมไทย
อุตสาหกรรมไทยจะก้าวกระโดดได้ ภาคเอกชนต้องเป็น "ส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา" (Be a Part of the Solution) ร่วมลงมือทำ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ เปลี่ยนสินค้าทุนนำเข้ามูลค่าปีละ 7.6 ล้านล้านบาท ซึ่งไหลออกนอกประเทศ เป็นเศรษฐกิจภายในประเทศ อาทิ เครื่องจักร อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์การแพทย์ ก๊าซธรรมชาติ อาวุธ ยานพาหนะ หากอุตสาหกรรมไทยผลิตสินค้าเหล่านี้ในประเทศเพียง 30-50% ของปริมาณนำเข้า จะสร้างมูลค่าราว 2-4 ล้านล้านบาทต่อปี คิดเป็น 10-20% ของ GDP ส่งผลสร้างรายได้เพิ่มให้ SMEs และเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศ ทั้งยังเป็นเกราะป้องกันวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ หากพัฒนาให้ไทยผลิตสินค้าทุนในประเทศได้ 30–50% ของที่นำเข้าอยู่ จะสามารถสร้าง resilience ใน 3 มิติ คือ 1. ความมั่นคงด้านพลังงาน 2. ความยืดหยุ่นของ Supply Chain และ 3. ความสามารถในการรับมือวิกฤตระยะยาว
ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยก้าวกระโดดสู่ SMART INDUSTRY คือ 5 SMART + ร่วมลงมือทำ 1. Smart Industry: เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 2 เท่า 2. Smart Market: สร้างตลาดในประเทศ และขยายตลาดต่างประเทศ 3. Smart Funding: สนับสนุนเงินทุน SMEs เพื่อการเปลี่ยนผ่าน 4. Smart & Green Infrastructure: ส่งเสริมลดต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ 5. Smart Government: ผลักดันราชการเร็ว สะดวก โปร่งใส พลัสด้วย PPPP Model (Public Private People Partnership) ความร่วมมือภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ร่วมทำบนจุดแข็งของตัวเอง ยกระดับ “สระบุรีโมเดล” ที่ประสบความสำเร็จ เป็น Thailand Model เพื่อขยายผลวิธีการทำงานด้วยความร่วมมือ โดยภาครัฐมีแนวทาง เอกชนขับเคลื่อน และประชาชนได้ประโยชน์
นอกจากนี้ ประเทศต้องมีพลังขับเคลื่อนให้สามารถแข่งขันได้ในระยะยาวด้วยการสร้าง "3 ทุน" คือ ทุนมนุษย์ (Human Capital) เอกชนร่วมออกแบบหลักสูตรการศึกษา เพื่อผลิตแรงงานให้ตรงความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ทุนข้อมูล (Information Capital) เชื่อมโยงข้อมูลทุกมิติระดับชาติ เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนแฝง และทุนองค์กร (Organization Capital) ขับเคลื่อนนโยบายด้วยวัฒนธรรมความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน”
“ถึงเวลาที่ภาคเอกชนและภาครัฐร่วมกันทำอย่างจริงจังต่อเนื่องและเข้าใจบริบทของกันและกัน เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยก้าวกระโดด โดยเริ่มเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา เพิ่ม Productivity และ GDP ของประเทศให้โตขึ้น 2 เท่า และเพิ่มสัดส่วน GDP ของ SMEs จาก 35% เป็น 50% ให้ได้ เพื่ออนาคตของอุตสาหกรรมไทยแข่งขันได้ และผงาดสู่ความเป็น 1 ในภูมิภาค” นายชนะ กล่าวในตอนท้าย
*************************************************************************









No comments:
Post a Comment