SCB CIO ประเมิน3 ฉากทัศน์สงครามอิหร่าน มองตลาดผันผวนระยะสั้น แนะจังหวะย่อตัวสะสม หุ้นพื้นฐานแกร่งโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาว - Siam Outlook

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

Tuesday, March 3, 2026

SCB CIO ประเมิน3 ฉากทัศน์สงครามอิหร่าน มองตลาดผันผวนระยะสั้น แนะจังหวะย่อตัวสะสม หุ้นพื้นฐานแกร่งโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาว


SCB CIO ประเมิน3 ฉากทัศน์สงครามอิหร่าน
มองตลาดผันผวนระยะสั้น แนะจังหวะย่อตัวสะสม
หุ้นพื้นฐานแกร่งโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาว

SCB CIO วิเคราะห์ความขัดแย้งตะวันออกกลาง ผ่าน 3 ฉากทัศน์หลัก คาดสงครามไม่ขยายวงกว้าง อาจเพิ่มความผันผวนต่อสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น ขณะที่ราคาน้ำมันและทองคำ พุ่งขึ้นตามแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย แนะนักลงทุนใช้จังหวะปรับฐานสะสมตลาดหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง รวมถึงตราสารหนี้สหรัฐฯ คุณภาพดี ระยะสั้นถึงกลาง และตราสารหนี้ไทยระยะสั้น ทองคำ-โลหะเงิน และน้ำมัน ไม่ควรไล่ราคา เข้าซื้อเมื่อย่อตัว

นายศรชัย สุเนต์ตา, CFA Deputy Head of High Net Worth and Affluent Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีโอกาสรุนแรงขึ้นได้ในระยะสั้น หากอิหร่าน มีการตอบโต้ที่ยืดเยื้อและลุกลาม หลังจากการสูญเสียผู้นำสูงสุด ซึ่งจะส่งผลกดดันราคาสินทรัพย์เสี่ยงได้ในระยะสั้น และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ทั้งทองคำและน้ำมัน มีแนวโน้มพุ่งสูงในระยะสั้นเช่นเดียวกัน โดย SCB CIO คาดว่าสงครามจะไม่ลุกลามเป็นวงกว้างจนกลายเป็นสงครามในระดับภูมิภาค ดังนั้น ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในปัจจุบันยังจำกัด อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซอย่างใกล้ชิด เรามองความเป็นไปได้ของสถานการณ์ เป็น 3 กรณี ดังนี้

1.Base Case (โอกาสเกิด 65%) มีการปะทะรุนแรงในระยะสั้น แต่อิหร่านยอมถอยในประเด็นนิวเคลียร์หลังการสูญเสียผู้นำ นำมาสู่การเจรจาเพื่อยุติสงครามในที่สุด ซึ่งคาดว่า ราคาน้ำมันดิบ Brent จะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณ 70-80 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล

2.Best Case (โอกาสเกิด 25%) การเปลี่ยนผ่านที่รวดเร็ว ทำให้ชาวอิหร่านลุกขึ้นสู้และเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ที่ฝักใฝ่ตะวันตก ส่งผลให้อุปทานน้ำมันกลับมาเร็ว ราคาน้ำมันดิบ Brent จะปรับฐานลง อยู่ที่ 55-60 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล

3.Worst Case: (โอกาสเกิด 10%) สงครามยืดเยื้อ ขยายวงกว้างขึ้นและมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซถาวร โดยการเปลี่ยนระบอบการปกครองทำได้ยากและเกิดสงครามกลางเมือง ทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent อาจพุ่งขึ้น อยู่ที่ 90-120 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล

ในส่วนของคำแนะนำลงทุน SCB CIO มองว่า ตลาดหุ้นโลก มีโอกาสปรับลดลงในระยะสั้น ตามความกังวลบนความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk) โดยเราไม่แนะนำขายหุ้นจากประเด็นนี้ เนื่องจากผลกระทบยังจำกัด แต่เป็นโอกาสทยอยซื้อสะสม (Buy on weakness) ในตลาดหุ้นที่มีพื้นฐานแกร่งทั้งบนพอร์ตหลักระยะยาว (Core Portfolio) และพอร์ตเสริมระยะสั้น (Opportunistic Portfolio) สำหรับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลางค่อนข้างสูงขึ้นไป

สำหรับ ตลาดหุ้นไทย แม้ได้รับแรงหนุนระยะสั้น จากการมีหุ้นกลุ่มพลังงานในสัดส่วนที่มาก แต่ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสผันผวน และอาจปรับลดลงตามตลาดหุ้นโลกเช่นกัน นอกจากนี้ ดัชนี SET Index พุ่งขึ้นถึง 21.3% YTD แล้ว เพิ่มโอกาสที่จะมีแรงขายทำกำไรของนักลงทุน โดยกรณีผู้ที่มีหุ้นไทยอยู่ในพอร์ตลงทุน แนะนำให้ถือ เพื่อรอขายเมื่อดัชนีฯ ฟื้นตัว เนื่องจากแนวโน้มการเติบโตของกำไรของดัชนี SET Index ยังต่ำกว่าตลาดอื่นในภูมิภาคเอเชีย ทั้งนี้ กรณีที่รับความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ อาจกระจายการลงทุนผ่านกองทุนรวม ไปยังตลาดหุ้นเอเชียที่มีแนวโน้มกำไรดีกว่า เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้

ด้านแนวโน้มตลาดตราสารหนี้ คาดว่า ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ มีโอกาสที่ผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) จะลดลงระยะสั้น จากภาวะ Risk-off ที่นักลงทุนกลับเข้าหาสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงน้อยกว่า โดยเราแนะนำลงทุนในพันธบัตรสหรัฐฯและหุ้นกู้เอกชนคุณภาพดีของสหรัฐฯ ระยะสั้นถึงกลาง รวมทั้ง ยังแนะนำให้เข้าลงทุนในตราสารหนี้ไทย ระยะสั้น ที่ได้แรงหนุนจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 25 bps ในเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ส่วนสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทองคำ และโลหะเงิน แม้ราคาจะมีโอกาสเพิ่มขึ้นแรงในระยะสั้นจากสถานการณ์สงคราม แต่มีโอกาสปรับลดลงหากสงครามคลี่คลายตาม Base Case ที่เรามองไว้ ดังนั้นแนะนำถือลงทุนตามสัดส่วนทึ่เหมาะสมตามความเสี่ยงที่ยอมรับได้ โดยควรทยอยสะสมเมื่อราคาย่อตัวเท่านั้น ไม่ควรไล่ซื้อ

สำหรับผลิตภัณฑ์ลงทุนที่สอดคล้องกับมุมมองการลงทุนของ SCB CIO ได้แก่ กองทุน SCBDBOND(A) ความเสี่ยง 4 ที่ลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพในประเทศและต่างประเทศ กองทุน SCBGMCORE(A) ความเสี่ยง 5 กองทุนผสมที่มีการกระจายหลายสินทรัพย์ ทั้งตราสารหนี้ ตราสารทุน ทองคำ เป็นต้น อีกทั้งยังใช้สินทรัพย์ประเภท Liquid Alternative เพื่อช่วยให้พอร์ตการลงทุนกระจายความเสี่ยงของตลาดโดยรวมเพิ่มเติม กองทุน SCBCIO(A) ความเสี่ยง 5 กองทุนผสมที่บริหารเชิงรุก ปรับพอร์ตตามสภาวะตลาด ตามมุมมองของ SCBCIO อย่างใกล้ชิด กองทุน MRENEW-A ความเสี่ยง 7 ลงทุนในธีมพลังงานสะอาด เช่น พลังงานไฟฟ้า รถยนต์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่ รองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในระยะยาว

ส่วนผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ (Ultra High Networth : UHNW) ที่รับความเสี่ยงได้สูง แนะนำผลิตภัณฑ์ทดแทนทองคำ ประเภท Complex Fund ที่มีความผันผวนสูง 3 ประเภท ได้แก่ 1) กองทุน SCBCR1YH ที่อ้างอิงกับทองคำ ลงทุน เป็นสกุลเงินบาท ให้ผลตอบแทนภายในระยะเวลา 1 ปี และคุ้มครองเงินต้น 2) หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง ประเภท Sharkfin Bull note ที่ลงทุนด้วยสกุล USD ให้ผลตอบแทนตามการเคลื่อนไหวของทองคำในกรอบที่กำหนด พร้อมคุ้มครองเงินต้น และ 3) หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง ประเภท Bonus Enhanced Note (BEN) ลงทุนด้วย USD ให้ผลตอบแทน ส่วนเพิ่ม หากเคลื่อนไหวในกรอบแคบที่กำหนด พร้อมคุ้มครองเงินต้นบางส่วน ทั้งนี้ รายละเอียดและผลตอบแทนของผลิตภัณฑ์ แนะนำให้ผู้ลงทุนขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้ประกอบธุรกิจอีกครั้ง

จัดทำโดย SCB CIO ณ วันที่ 2 มี.ค. 2569

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ โดย Investment Product Selection ณ วันที่ 2 มี.ค. 2569

ทั้งนี้ ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละขณะเวลา ผู้ใช้ข้อมูลควรใช้ความระมัดระวังในการตัดสินใจลงทุน


คำเตือน

▪️ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง รวมถึงควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้ประกอบธุรกิจก่อนตัดสินใจลงทุน

▪️ กองทุน SCBDBOND(A) ความเสี่ยง 4 คือเสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ

▪️กองทุน SCBCIO(A) ความเสี่ยง 5 คือเสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง

▪️กองทุน SCBCIO(A) ได้ให้ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาการลงทุน ซึ่งธนาคารฯ เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่และเป็นตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายกองทุนรวมกับบลจ. ไทยพาณิชย์ จึงอาจมีธุรกรรมที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์

▪️กองทุน SCBGMCORE(A) ความเสี่ยง 5 คือเสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง

▪️กองทุนรวม SCBGMCORE(A) นี้บริหารจัดการการลงทุนในผลิตภัณฑ์ต่างประเทศโดย BlackRock ภายใต้สัญญาแต่งตั้งรับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนเป็นไปตามที่ระบุในโครงการจัดการกองทุนโดยบลจ.ไทยพาณิชย์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเดียวกันกับบลจ.ไทยพาณิชย์ และมีผู้ถือหุ้นหลัก ได้แก่ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เช่นเดียวกันกับบลจ.ไทยพาณิชย์

▪️ กองทุน MRENEW-A ความเสี่ยง 7 เสึ่ยงสูง

▪️เนื่องจากกองทุนไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้

▪️การลงทุนในผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงสูงหรือซับซ้อนสูงมีความแตกต่างจากการลงทุนในผลิตภัณฑ์การลงทุนทั่วไป ผู้ลงทุนควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้ประกอบธุรกิจก่อนทำการลงทุน

▪️ กองทุนนี้เสนอขายเฉพาะผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษเท่านั้น

▪️ กองทุน SCBCR1YH เป็น Complex Fund เสี่ยงสูงซับซ้อน สำหรับผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษเท่านั้น

▪️ หู้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงเป็นตราสารที่มีความซับซ้อนมากกว่าหุ้นกู้ทั่วไป เนื่องจากเป็นตราสารที่ประกอบด้วยตราสารหนี้และอนุพันธ์แฝง (embedded derivatives)โดยการลงทุนในหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง จะมีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องหลายด้าน เช่น ความเสี่ยงของปัจจัยอ้างอิง ความเสี่ยงด้านเครดิตของผู้ออกตราสาร เป็นต้น

▪️ ผู้ลงทุนมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดหรือบางส่วน หากหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงชุดใดไม่ได้มีการคุ้มครองเงินต้นในจำนวนร้อยละ 100% ของมูลค่าที่ตราไว้ นอกจากนั้นหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงยังเป็นตราสารที่มีสภาพคล่องต่ำและมีตลาดรองที่มีขอบเขตจำกัด ดังนั้น ผู้ลงทุนจะต้องศึกษาและทำความเข้าใจรายละเอียดอย่างถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุน

▪️ การลงทุนในหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงนี้เป็นธุรกรรมที่ไม่ใช่ "เงินฝาก" และธุรกรรมการลงทุนในหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงดังกล่าวจะไม่ได้รับความคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝากแต่อย่างใด

▪️ การลงทุนในผลิตภัณฑ์ตลาดทุนที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อนซึ่งมีปัจจัยอ้างอิง มีความแตกต่างจากการลงทุนในปัจจัยอ้างอิงโดยตรง จึงอาจทำให้ราคาของผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนดังกล่าวมีความผันผวนแตกต่างจากราคาของปัจจัยอ้างอิงได้ ผู้ลงทุนความทำความเข้าใจเงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทนและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องและขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้ประกอบธุรกิจก่อนทำการลงทุน

▪️ ผลการดำเนินงานในอดีตที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

▪️ ศึกษาข้อมูลกองทุนหลักและหนังสือชี้ชวนกองทุนรวมเพิ่มเติมได้จาก website ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SCB Call Center โทร. 02-777-7777

                                      /////////////////////////////////////////////

No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad

Pages